แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่งรูป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่งรูป แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2556

10 สิ่งที่บอกว่าประเทศไทยโชคดีที่สุดในโลก


ประเทศไทยเป็นประเทศที่โชคดีที่สุดในโลก !!!
เหตุผลที่ประเทศไทย เป็นสยามเมืองยิ้ม มีดังต่อไปนี้


1. ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางครัวโลก ไม่ต้องกลัวอดตาย มีอาหารกินตลอดเวลา และส่งออกไปทั่วโลก

2. ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก มีป่าไม้ ภูเขา ทะเล ทองคำ จนได้ชื่อว่าดินแดนสุวรรณภูมิ

3. ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเขตแผ่นดินไหวโดยตรง แนวแผ่นดินไหว อ้อมประเทศไทยทั้งประเทศ ในขณะที่เกือบทั้งโลกอยู่ในเขตแผ่นดินไหวรุนแรง

4. ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเขตพายุรุนแรง นานๆจะเจอสักครั้ง เพราะพายุไต้ฝุ่นส่วนใหญ่เกิดในทะเลจีนใต้ บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ มาถล่มหนักเวียดนาม ลาว เขมรและอ่อนตัวลง กลายเป็นพายุธรรมดาเมื่อเข้าประเทศไทย

5. ประเทศไทยไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก ในขณะที่ทุกประเทศในอาเซียนตกเป็นอาณานิคม

6. ประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้พ่ายแพ้ในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2

7. ประเทศไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์
ในขณะที่ลาว กลายเป็นคอมมิวนิสต์ ล้มสถาบันกษัตริย์ ศาสนาไม่มีผู้อุปถัมภ์
ประเทศเขมร กลายเป็นเขมรแดง ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนชาติเดียวกัน และศาสนาถูกทำลาย


8. คนทุกชนชาติ และทุกศาสนาในประเทศไทยมีสิทธิ เสรีภาพ มากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก

9. ประเทศไทย มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนัก เพื่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ ทรงมีโครงการในพระราชดำริกว่า 3,000 โครงการ โครงการส่วนพระองค์ส่วนจิตรลดาทรงก่อตั้งมูลนิธิต่างๆมากมาย เช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มูลนิธิพระดาบส มูลนิธิชัยพัฒนา เป็นต้น
  ทรงอุปถัมถ์พระศาสนา ภาษาไทย วัฒนธรรม ประเพณี พระราชพิธี งานช่างหลวง การศึกษา การแพทย์ การคมนาคม การอนุรักษ์ดินและนํา ทรัพยากรป่าไม้ ป่าชายเลน เกษตรทฤษฎีใหม่ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ


10. พระพุทธศาสนา เจริญที่สุดในโลกในประเทศไทยเพราะประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกและทรงเป็นพุทธมามกะ

ที่มา:http://board.postjung.com/727468.html
สั่งอัดรูปออนไลน์ / Digital Offset Print / Photo Gift / Photo Book
ได้ที่
www.masterphotonetwork.com


ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ จากมาสเตอร์ได้ที่
Facebook : Master Photo Network  

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เทคนิคการใช้ adobe Photoshop lightroom ตอน การจัดการรูป

เทคนิคการใช้ adobe Photoshop lightroom ตอน การจัดการรูป

 เชื่อว่าช่างภาพรับปริญญาหลายๆคน เคยประสบปัญหาในการแต่งภาพหลังจบงานถ่าย เช่น ถ่ายมาเยอะไป เริ่มแต่งยังไงดี? ปัญหาพวกนี้แก้ไขได้โดยจัดระบบการทำงานใหม่ครับ จะได้ไม่เหนื่อยและงานลูกค้าไม่เสียด้วยครับ


ถ่ายมาเยอะไป

  การถ่ายภาพงานรับปริญญา(ยกตัวอย่าง event นี้ก่อนนะครับ ปวดหัวดี) ผมจะแบ่งประเภทภาพออกเป็น สองประเภทใหญ่ๆ





- ภาพถ่ายกับเพื่อน และ ญาติๆ ภาพกลุ่มนี้เป็นลักษณะถ่ายบุคคลเป็นกลุ่ม ช็อตเดียวสองช็อตต้องได้(เพราะเรียกรวมอีกทีอาจจะไม่ได้แล้ว) เป็นภาพเก็บหลักฐานว่าชั้นมาร่วมงานเธอนะ อิอิ ภาพแบบนี้จะเยอะมาในวันรับจริง.





   - ภาพถ่ายสวยงาม ถ่ายจริงจัง เซ็ตถ่าย ภาพกลุ่มนี้เป็น ภาพที่เราหรือบัณฑิตตั้งใจจะถ่ายจริงๆ เช่น "พี่คะหนูอยากถ่ายกับตึกโดมแบบเบลอๆสวยๆ โอเคจ่ะ เดี๋ยวเราไปเดินหาโลกัน พี่มองไว้แล้วสองสามมุม ปะปะ"  ภาพกลุ่มนี้เราจะจัดเต็มเป็นพิเศษ ใส่เทคนิคเต็มที่ทำให้ภาพออกมาสวยและ "ถูกใจบัณฑิต" ซึ่งช๊อตแบบนี้เราจะมีเวลา "คิดก่อนถ่าย" มากกว่า ฉะนั้นวางแผนให้ดีครับ เช่นกล้องเรา DR ไม่พอแต่ในหัวเราอยากได้รายละเอียดฟ้าสวยๆ เราอาจจะต้องถ่ายฟ้าที่มุมเดิมไว้เป็น material ในการทำภาพครับ การวางแผนก่อนถ่ายจะทำให้จำนวนภาพที่เราถ่ายมาต่อหนึ่งช็อตน้อยลงครับ แต่งง่ายกว่ากดมารัวๆสิบกว่าช็อต



เริ่มแต่งยังไงดี?

   เรามาพูดถึงคอนเซ็ปการทำงานหลังจากได้ไฟล์ภาพมาแล้วครับ ตอนนี้เราจะมีภาพ 3 ประเภทอยู่ใน memory แล้วครับ ภาพทั่วไป(เพื่อน,ญาติ),ภาพเซ็ตถ่าย และภาพเสีย เราก็จะมาแบ่งมันออกเป็นสามส่วนโดยใช้ tools ช่วยครับ
      ถ้าบ้านๆเลยเราจะใช้ Photoshop เดี่ยวๆในการแต่งภาพ แยกไฟล์เป็นโฟลเดอร์แล้วค่อยๆ import เข้ามาใน PS แต่งๆๆ (อาจจะทำ actions ไว้เพื่อความเร็ว) แล้วก็เซฟ ซึ่งการทำแบบนี้เป็นการใช้ทรัพยากรแบบสิ้นเปลืองมากๆ(สุขภาพ,memory,เวลา) ถ่ายมาสามสี่งานอาจจะตายหน้าคอมได้ หรือคอมอาจจะพังไฟล์หายก่อนส่ง เพราะ Photoshop ไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้กับสไตล์การทำงานกับไฟล์ภาพหลายๆไฟล์ครับ
       มันถึงได้มี Photoshop lightroom ออก มา เจ้า LR นี้จะเป็นลูกของ PS ซึ่งจะรวบเอา features .ใน PS ที่จำเป็นสำหรับช่างภาพ และเพิ่ม features ที่จำเป็นอื่นๆเข้ามา เช่น การจัดการ collection ภาพ,Camera calibration by metadata หรือ Export feature

   1. การแบ่งภาพเป็นส่วนๆ

ตรงนี้สำคัญมากครับ เราจะใช้ feature การให้ "Rate"(ดาว) ของภาพในการจำแนกภาพออกเป็นกลุ่มครับ (บางคนใช้ flag) เรามาเริ่มตั้งแต่การ สร้าง catalog กันเลยครับ
 
 
 ไปที่ file > New Catalog


 ตั้งชื่อ Catalog
 

ได้ Catalog มาแล้ว เราก็เริ่ม Import ไฟล์ภาพเข้า
 

 Browse ไปที่ Folder เก็บไฟล์ของเรา กด Check All เพื่อเลือกทั้งหมด จากนั้นกด Import ครับ
 
 
ภาพทั้งหมดก็จะมาอยู่ใน Catalog ของเราแล้ว ตอนนี้เราอยู่ที่ tab Library ครับ เพื่อจัดการเรื่อง Rating กันก่อน กดเลข keyboard เพื่อให้ Rate ได้เลยครับ ตรงนี้ให้เราเลือกดูรูปเลยครับ ตามประเภทข้างบน ภาพหมู่รวมๆ(ไว้ Rate 2) ภาพกะแต่งจริงจัง(ไว้ Rate 1) ภาพเสีย (ไว้ Rate 3)
 

 จะสังเกตุว่าตอนนี้ Catalog เรายังแสดงผลภาพทุก Rate อยู่ ให้เราไปปรับตรง filter ครับ ให้เป็น Rating is equal to เลย จะได้แสดงผลเฉพาะ กลุ่มที่เราแบ่งไว้เป็นกลุ่มๆเท่านั้น

 
เสร็จสิ้นแล้วครับสำหรับการแบ่ง Rate ภาพเพื่อง่ายต่อการแต่ง
 

2. การใช้ Preset ช่วยในการแต่ง

     Preset ใน LR ก็คล้ายๆ Action ใน PS แหล่ะครับ เพียงแต่ Preset จะคุมแค่ค่า Parameter ต่างๆที่เข้ามาทำกับไฟล์ของเรา ไม่ได้ record ทุก Activities เหมือน Action บน PS 
 คอนเซ็ป การนำ Preset มาช่วยในการแต่งภาพก็คือ ใช้ปรับปรุงแสงของภาพทีละหลายๆภาพพร้อมๆกัน อันนี้จะใช้ได้ในกรณี ถ่ายมาในสภาพแสงเดียวกัน (เช่น เซ็ตนี้ถ่ายบนอาคารเรียน หรือสถานที่ปิด แสงแน่นอน) เทคนิคนี้จะช่วยย่นเวลาในการแต่งภาพ เพื่อนๆญาติๆ ที่เราไม่ได้ตั้งใจจะเจาะลงไปแต่งได้ดีทีเดียว
 
เราย้ายไปที่ Tab Develop กันเลยครับ

จากนั้นให้เราเลือกภาพจากชุดแสงนั้นๆมาแต่งหนึ่งภาพ แนะนำว่าอย่าอัดค่าต่างๆลงไปตูมเดียว แต่งบางๆ พอให้ไม่หลุด histogram พอครับ เรื่องสีก็ย้อมลงไปที่ Shadow กับ Highlight เบาๆครับ เมื่อได้ที่แล้วกด + ตรง Presets panel เลยครับ จะมีหน้าต่าง ให้เราตั้งชื่อ Preset ใหม่ของเรา และจะให้เลือกว่าเราจะเอาค่าอะไรเซฟลงไปมั่ง ผมเลือกทั้งหมดครับ กด Create เลย
 

 Preset ใหม่ของเราก็จะมาโผล่ที่ หมวด User's preset ใน Presets panel ส่วนวิธีใช้ก็คือ เลือกที่ภาพแล้ว กดที่ Preset ค่าต่างๆก็จะวิ่งไปเข้าภาพที่เราเลือกทันที (เราเลือกทีละหลายๆภาพเพื่อความเร็ว)
 

การใช้ Preset ช่วยเพิ่มความเร็วในการทำภาพก็จริงครับ แต่เราความมาเช็คภาพทีละภาพด้วยนะครับ ไม่ใช่รวบแล้วกด แล้วไปเลย โอกาสภาพจะเพี้ยนมีสูงครับ ตรงนี้ผมจะใช้แค่บางๆ เช่น เพิ่ม Sharpening ย้อม Magenta ทำ vignette ผมจะแยกไว้เลยครับ กดสองสามทีก็ได้ 
 

3. Save ไฟล์ภาพแบบรวดเร็ว 

   แต่เดิม เราใช้ PS จะต้องเซฟไฟล์ทีละไฟล์ หรือไม่ก็ต้องใช้ Action สำหรับ Save ในการเซฟ แต่ใน LR เราสามารถ รวบไฟล์ทั้งกลุ่ม แล้วกด Export ออกไปทีเดียวได้เลย ที่เหลือก็แค่นั่งรอ เอาเวลาไปเปิด Illust ทำปก DVD ดีกว่า ฮ่าๆ
 
กดเลือกภาพสักภาพแล้วกด Ctrl+A เลยครับ (Select All) จากนั้นไปที่ File > Export
 

เลือก Folder ที่จะ save ลงครับ ส่วนค่าข้างล่างจะเป็น การตั้งชื่อไฟล์ การย่อไฟล์(ย่อแล้วคุณภาพเสียครับ ไปใช้นี่ดีกว่า สร้าง Action resize รูปภาพและ Unsharp Mask ในจึ๊กเดียว ) LR ยังมี Preset สำหรับ save อยู่ข้างๆไว้ให้ใช้อยู่ด้วยครับ ลองดู
 
 
สรุป Process ครับ
   ภาพ Rate2(เพื่อนๆ ญาติๆ) : ปรับปรุงแสง+สีใน LR > Recheck > Export
   ภาพ Rate1(แต่งจริงจัง) : ขุดไฟล์ ดึงรายละเอียดขึ้นมา > Export > แต่ง + Retouch ใน PS + Save





  ทีมา : oknation.net






สั่งอัดรูปออนไลน์ / Digital Offset Print / Photo Gift / Photo Book
ได้ที่
www.masterphotonetwork.com

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ จากมาสเตอร์ได้ที่
Facebook : Master Photo Network

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เทรนด์ใหม่หรือนี่? จับแมวเหมียวมาเป็นเครายาวเฟื้อย


 เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก tumblr.com และ cat-beard.com

          เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2556 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ เปิดเผยเทรนด์ถ่ายภาพแนวใหม่ ไม่เสี่ยงตาย ไม่หวาดเสียว แต่น่ารักแบบเหมียว ๆ ที่กำลังระบาดในทัมเบลอร์ (Tumblr) โซเชียลเน็ตเวิร์กชื่อดังของสหรัฐฯ อยู่ในขณะนี้ ซึ่งนับว่าเป็นเทรนด์ของคนรักสัตว์ที่สร้างรอยยิ้มได้ดีเลยทีเดียว

          เทรนด์การถ่ายรูปเทรนด์นี้เรียกว่า "แค ท เบียร์ด" (cat beard) หรือการเอาน้องเหมียวมาแปลงร่างเป็นหนวดเครายาวเฟี้อย ด้วยวิธีง่าย ๆ เพียงแค่อุ้มเจ้าแมวเหมียวไว้แนบคาง จากนั้นทำยังไงก็ได้ให้เจ้าเหมียวเงยหน้าขึ้นจรดหน้าผากของมันกับคางของคุณ นั่นแหละ แค่นี้ก็จะได้ภาพเคราเหมียวออกมาอย่างที่เห็นแล้ว  แหม ช่างคิดกันจริงจริ๊ง

          ใครเลี้ยงเจ้าเหมียวไว้ลองจับเจ้าขนฟูมาแอคท่าถ่ายรูปอย่างนี้บ้างคงจะดี เคล็ดลับการถ่ายออกมาให้มีเคราเหมียวยาว ๆ เพอร์เฟคท์ดูเหมือนจริง อยู่ที่ต้องให้จมูกของคุณอยู่ตรงกับจมูกของน้องเหมียวที่กำลังเงยหน้าขึ้นพอ ดิบพอดี แล้วรับรองว่าช็อตเครายาวนี้จะเนียนเหมือนจริง

          แต่หากอยากลองเทคนิคที่แปลกกว่า ก็จับเจ้าเหมียมนอนหงายแล้วเอาคางไปแนบกับพุงของมัน แบบนี้ก็ได้เคราเหมียว ๆ ดูพิลึกไปอีกแบบนะ หรือจะลองถ่ายแบบนี้กับน้องหมาดูบ้างก็ได้ ..แต่ถ้าอยากให้เป๊ะต้องเลือกน้องแมวพันธุ์ขนยาวหน่อยนะจ๊ะ อิอิ ^^


















สั่งอัดรูปออนไลน์ / Digital Offset Print / Photo Gift / Photo Book
ได้ที่
www.masterphotonetwork.com


ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ จากมาสเตอร์ได้ที่ 

Facebook : Master Photo Network

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แต่งรูปก่อนถ่ายด้วย Lens+

         ในบรรดาแอพถ่ายภาพและตกแต่งภาพบน iPhone นั้น มักจะมาแนวเดียวกันคือ ถ่าย > แต่งรูป (เลือกฟิลเตอร์) > อัพโหลด จะได้รับความนิยมมากน้อยก็วัดกันที่ความง่ายในการใช้งาน หรือเรื่องลูกเล่นความสวยงามก็ว่ากันไป แต่ระยะหลังมานี้ เริ่มมีแอพประเภท “แต่งก่อนถ่าย” มาให้เลือกกันบ้างแล้ว แอพที่รีวิวคราวนี้คือแอพที่มีชื่อว่า Lens+ ครับ

        แต่งก่อนถ่าย ก็เพียงสลับขั้นตอนของการถ่ายรูปกับการเลือกเอฟเฟ็คต์เท่านั้นเองครับ เลยกลายเป็น เลือกเอฟเฟ็คต์ > ถ่าย > เซฟ/อัพโหลด นั่นหมายความว่า เอฟเฟ็คต์ที่เราเลือกนั้นทำงานแบบ realtime ให้เห็นกันแบบสดๆ เลย (คิดว่าเครื่องคงทำงานหนักน่าดู)
มาดูกันที่ Lens+ เปิดเข้ามาก็พร้อมให้ถ่ายภาพได้ทันที โดยเราสามารถปัดหน้าจอไปซ้าย-ขวา เพื่อเปลี่ยนเอฟเฟ็ตค์ได้ จะมีชื่อเอฟเฟ็คต์บอกแว้บหนึ่งแล้วก็เริ่มทำงานทันที เราหันกล้องไปทางไหน เอฟเฟ็คต์นั้นก็ติดไปด้วยตลอดเวลาครับ


            แต่ถ้าหากเบื่อที่จะต้องมาเลื่อนที่ละอันๆ ก็มีปุ่มให้ดูฟิลเตอร์พร้อมกันได้ถึงคราวละ 6 อันเลยทีเดียว ส่วนเมนูด้านบนเป็นการเลือกชนิดของกรอบ หรือการ crop ให้เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสตั้งแต่ตอนถ่ายเลยก็ได้

           หากถ่ายรูปไปเยอะๆ แล้วเกิดลืมว่า รูปนี้เราเลือกเอฟเฟ็คต์และกรอบแบบไหน ก็สามารถกดที่รูปที่เคยถ่ายไว้แล้ว และกด Change Camera Settings ได้ครับ ตัวแอพก็จะเลือกให้ตามนั้นเลย (ไอคอนรูปกล้องด้านซ้ายบน)

           เมนู Settings ของแอพ Lens+ ไม่มีอะไรพิเศษ

           
          ส่วนหน้าดูข้อมูลต่างๆ ของรูปถ่าย คล้ายๆ Camera+ พอสมควร
 

           ตัวอย่างรูปที่ถ่ายจากแอพ Lens+ ครับ



                ส่วนตัวแล้วผมชอบไอเดียของแอพนี้ครับ เพียงแต่ว่าถ้าหากชินกับ workflow ของถ่ายรูปด้วย iPhone จากแอพอื่นๆ อาจไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ ถ้าคล่องๆ กับ Lens+ แล้วอาจทำให้ประหยัดเวลาในการแต่งรูปไปได้เยอะครับ ส่วนที่ยังไม่ประทับใจเท่าไหร่คือเอฟเฟ็คต์ที่มีให้ เยอะก็จริง แต่สวยสู้แอพอื่นไม่ได้ ถ้ามีออพชั่นในการปรับความมากน้อยของเอฟเฟ็คต์ด้วย ก็คงสนุกกว่านี้เยอะครับ
แอพนี้ผมขอให้คะแนน 3.5/5 (ถ้ามีอย่างที่บอกข้างบน คงให้เยอะกว่านี้นะ) ตอนนี้ราคา $0.99 ดาวน์โหลดจาก App Store ได้ที่ http://itunes.apple.com/th/app/lens+/id426609724?mt=8
ขอให้สนุกกับการถ่ายภาพด้วย iPhone ครับ



 ขอบคุณข้อมูลจาก:

สั่งอัดรูปออนไลน์ / Digital Offset Print / Photo Gift / Photo Book
ได้ที่
www.masterphotonetwork.com

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ จากมาสเตอร์ได้ที่ 

Facebook : Master Photo Network

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
"มาสเตอร์" เรามีประสบการณ์ด้านการอัดภาพมายาวนานกว่า 40 ปี โดยเราเป็นรายแรกในประเทศไทยที่ลงเครื่องอัดภาพระบบต่อเนื่อง ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของคำว่า "รอรับได้ทันที" ที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน "มาสเตอร์" เป็นรายแรกที่บุกเบิกการอัดภาพระบบดิจิตอลอย่างเป็นระบบและครบวงจร เป็นผู้สร้างมาตรฐานรูปแบบการอัดต่างๆ ในการสั่งอัดรูปดิจิตอล นอกจากนี้ “มาสเตอร์” ยังเป็นผู้สร้างสรรค์งานออกแบบและงานผลิตสิ่งพิมพ์คุณภาพทุกชนิด "มาสเตอร์" เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้อินเตอร์เน็ตและประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับ เว็บไซต์ www.MasterPhotoNetwork.com จึงถูกก่อตั้งขี้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 และเปิดให้ลูกค้าสามารถอัพโหลดและสั่งอัดภาพผ่านทางหน้าเวปไซต์ในปี พ.ศ.2551 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ของเราจากทุกภาคทั่วประเทศ เรามีระบบการจัดส่งที่หลากหลายเพื่อความสะดวกสบายของลูกค้า และด้วยพนักงานที่จะคอยดูแลท่านพร้อมเครื่องอัดภาพที่ทันสมัยที่สุด เราสามารถรองรับงานได้ทุกรูปแบบ ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่างานที่ออกไปจากเราจะมีคุณภาพที่เป็นมาตรฐานและส่งตรงถึงมือลูกค้าอย่างแน่นอน